ช่วยยกรถจักรยานยนต์ที่ทับขาผู้เสียหาย ถือว่าพยายามบรรเทาผลร้าย มีเหตุบรรเทาโทษ

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4197/2540

ป.อ. มาตรา 78, 83, 336

ในขณะที่ ช. ขับรถตามผู้เสียหายจนทันและแซงขึ้นประกบคู่ด้านซ้ายมือรถจักรยานยนต์ผู้เสียหายนั้น จำเลยก็ได้ขับรถจักรยานยนต์ของตนตามไปติด ๆ และแซงขึ้นประกบคู่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายทางด้านขวา จากนั้น ช. ก็ตะปบผู้เสียหายที่บริเวณคอซึ่งสวมสร้อยคอทองคำพร้อมพระ จึงเห็นได้ชัดว่า จำเลยได้ร่วมมือกับ ช. ในการประกบคู่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายมิให้หักหลบหนี เป็นการประสานงานตามแผน ข้อแก้ตัวของจำเลยที่ว่าไม่ทราบว่า ช. จะลงมือกระทำความผิดนั้นจึงฟังไม่ขึ้นแต่การที่จำเลยช่วยยกรถจักรยานยนต์ที่ทับขาผู้เสียหายออกนับได้ว่าเป็นการพยายามบรรเทาผลร้ายอันเกิดจากการกระทำของจำเลย เป็นเหตุบรรเทาโทษเห็นสมควรลดโทษให้

___________________________

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก 1 คน ซึ่งเป็นพลเรือนได้ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ของนางสาวรุ่งนภา โสภา ผู้เสียหาย ขณะขับรถจักรยานยนต์โดยมีนางสาวบังอร ตันตราจิณนั่งซ้อนท้ายโดยจำเลยกับพวกพยายามลักสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท 1 เส้น ราคา 5,000บาท ของผู้เสียหายโดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า แต่การกระทำของจำเลยกับพวกไม่บรรลุผลเนื่องจากผู้เสียหายหลบทัน จำเลยกับพวกใช้รถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน เป็นยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำผิดเพื่อการพาทรัพย์นั้นไปและเพื่อให้พ้นการจับกุมในการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้เสียหายและนางสาวบังอรได้รับอันตรายแก่กาย เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นของผู้อื่นที่มิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดด้วยเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336, 336 ทวิ, 80,83 คืนของกลางแก่เจ้าของ

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 336 วรรคสอง, 336 ทวิ ประกอบด้วยมาตรา 80, 83 ให้จำคุก 3 ปี คืนของกลางแก่เจ้าของ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “พิเคราะห์แล้ว ปัญหาที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมิได้ร่วมกับคนร้ายที่หลบหนีกระทำผิดคดีที่ฟ้องนั้น ข้อเท็จจริงแห่งคดีรับฟังเป็นยุติได้ว่า คนร้ายที่หลบหนีชื่อนายชูชาติเป็นพี่เขยของจำเลย ได้ขับรถจักรยานยนต์คนละคันกับจำเลย เมื่อผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์แซงขึ้นหน้าไป นายชูชาติได้มีการพูดกับจำเลยจริง ซึ่งจำเลยนำสืบว่านายชูชาติพูดว่า “เดี๋ยวจะทำอะไรให้ดู” เป็นเชิงแก้ตัวว่าไม่ทราบว่านายชูชาติจะก่อเหตุคดีนี้ก็ตาม แต่เมื่อนายชูชาติได้ขับรถตามผู้เสียหายจนทันและแซงขึ้นประกบคู่ด้านซ้ายมือรถจักรยานยนต์ผู้เสียหายนั้น จำเลยก็ได้ขับรถจักรยานยนต์ของตนตามไปติด ๆ และแซงขึ้นประกบคู่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายทางด้านขวา ในขณะเดียวกันนายชูชาติตะปบผู้เสียหายที่บริเวณคอซึ่งสวมสร้อยคอทองคำพร้อมพระนั้น จึงเห็นได้ชัดว่า จำเลยได้ร่วมมือกับนายชูชาติในการประกบคู่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายมิให้หักหลบหนี เป็นการประสานงานตามแผนของนายชูชาติชัดแจ้ง ข้อแก้ตัวของจำเลยในเชิงว่าไม่ทราบว่านายชูชาติจะลงมือกระทำผิดนั้นจึงฟังไม่ขึ้น ส่วนข้อที่จำเลยอ้างว่าได้ช่วยเหลือผู้เสียหายหลังจากที่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายหักหลบนายชูชาติแล้วเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ของจำเลยเป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายล้มทับขาผู้เสียหายและจำเลยได้เข้าช่วยเหลือด้วยการช่วยยกรถจักรยานยนต์ออกเป็นข้ออ้างว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ได้หลบหนีนั้น ก็ปรากฏข้อเท็จจริงว่า รถจักรยานยนต์ของจำเลยก็ได้ล้มตกลงไปจากไหล่ถนนต้องมีคนมาช่วยยกจึงสามารถขึ้นมาบนถนนได้ และจากคำเบิกความของจำเลยเองว่าจำเลยสตาร์ทเครื่องไม่ไหว ต้องขอให้คนอื่นช่วยสตาร์ทเครื่องให้จึงสามารถขับรถจักรยานยนต์ไปได้ ซึ่งแสดงชัดว่าที่จำเลยมิได้รีบหลบหนีทันทีก็ด้วยเหตุดังที่กล่าวมาข้างต้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่จากข้อเท็จจริงการที่จำเลยได้ช่วยยกรถจักรยานยนต์ที่ทับขาผู้เสียหายออก นับได้ว่าเป็นการพยายามบรรเทาผลร้ายอันเกิดจากการกระทำของจำเลย เป็นเหตุบรรเทาโทษจึงเห็นควรลดโทษให้”

พิพากษาแก้เป็นว่า คดีมีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

(วินัย วิมลเศรษฐ-วิรัตน์ ลัทธิวงศกร-บุญศรี แก้วสาร)

แหล่งที่มา

สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

แผนก

หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น

หมายเหตุ

หากมีข้อสงสัยประการใดติดต่อ ที่นี้เลย  Tel/Line id : 089-2142456 (ทนายสอง ประธานชมรมปรึกษาคดีฟรี ทั่วประเทศ ทุกจังหวัด ทนายความ)

Line id : lawyer_  ชมรมปรึกษาคดีฟรี ทั่วประเทศ ทุกจังหวัด ทนายความ)

ท่านสามารถเข้าเยี่ยมชมศึกษาข้อกฎหมาย คำพิพากษา ได้ที่ www.ปรึกษาคดีฟรี.com