ยิงเพียงนัดเดียวขณะผู้เสียหายยกมีดขนาดใหญ่จะฟัน เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 111/2504
ป.อ. มาตรา 32, 33, 68, 288
พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72
พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 มาตรา 9

จำเลยยิงขณะผู้เสียหายยกมีดจะฟันจำเลย มีดนั้นขนาดใหญ่ถ้าฟันได้อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตจำเลยยิงนัดเดียว ดังนี้ เป็นการป้องกันชีวิตจำเลยพอสมควรแก่เหตุไม่เป็นความผิด
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยพยายามฆ่าคนโดยใช้ปืนยิงขอให้ลงโทษเฉพาะฐานพยายามฆ่าและขอให้สั่งริบปืนทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุไม่มีความผิด แต่ปืนที่ไม่มีเครื่องหมายของเจ้าพนักงานอนุญาตให้มีได้นั้นเป็นของร้ายอยู่ในตัวผู้ใดมีไว้เป็นความผิด จึงเป็นของที่ต้องริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 1/2504)


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยพยายามฆ่านายชิตโดยใช้ปืนยิง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 และสั่งริบปืนของกลางด้วย
จำเลยต่อสู้ว่าป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยยิงผู้เสียหายในขณะผู้เสียหายจะฟันจำเลยด้วยมีดขอขนาดใหญ่ เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ไม่มีความผิดพิพากษายกฟ้องโจทก์ แต่ปืนแก๊ปของกลางเป็นปืนไม่มีทะเบียน ให้ริบ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า เมื่อผู้เสียหายถือมีดขอออกมา จำเลยก็ชิงทำร้ายเสียก่อน จำเลยจะยกเหตุป้องกันตัวมาต่อสู้ไม่ได้ พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 ให้จำคุกจำเลย 10 ปี ปืนของกลางใช้กระทำผิดให้ริบ
จำเลยฎีกาว่าจำเลยป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยยิงขณะผู้เสียหายยกมีดจะฟันจำเลย มีดนั้นขนาดใหญ่ ถ้าฟันได้อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต จำเลยยิงนัดเดียวเป็นการป้องกันชีวิตจำเลยพอสมควรแก่เหตุ ไม่มีความผิด
เมื่อการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดแล้ว อาวุธปืนของกลางที่จำเลยใช้ยิงจึงมิใช่เป็นทรัพย์สินที่บุคคลได้ใช้ในการกระทำผิดแต่อาวุธปืนกระบอกนี้ไม่มีเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน มีปัญหาว่าจะเป็นทรัพย์สินที่พึงริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 หรือไม่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า อาวุธปืนที่ไม่มีเครื่องหมายของเจ้าพนักงานอนุญาตให้มีได้นั้น เป็นของร้ายอยู่ในตัว ผู้ใดมีไว้เป็นความผิด เป็นของที่ต้องริบ
แต่ในคดีนี้ ก่อนที่จำเลยถูกจับและถูกยึดอาวุธปืน มีพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501 มาตรา 9 ผ่อนให้นำอาวุธปืนที่มีไว้ไปขอรับอนุญาตได้ภายใน 90 วัน แล้วไม่ต้องรับโทษ ยังไม่ทันครบกำหนด เจ้าพนักงานก็ยึดอาวุธปืนของจำเลยเสียก่อนดังนี้ จะสั่งริบอาวุธปืนเพราะเหตุจำเลยมีไว้ยังไม่ได้
ศาลฎีกาพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ ปืนของกลางไม่ริบ
(พจน์ ปุษปาคม-ประกอบ หุตะสิงห์-คร้าม สิวายะวิโรจน์)

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

แผนก

หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น

หมายเหตุ
หากมีข้อสงสัยประการใดติดต่อ ที่นี้เลย Tel/Line id : 089-2142456 (ทนายสอง ประธานชมรมปรึกษาคดีฟรี ทั่วประเทศ ทุกจังหวัด ทนายความ)
Line id : lawyer_2 ชมรมปรึกษาคดีฟรี ทั่วประเทศ ทุกจังหวัด ทนายความ)
ท่านสามารถเข้าเยี่ยมชมศึกษาข้อกฎหมาย คำพิพากษา ได้ที่ www.ปรึกษาคดีฟรี.com