รับสารภาพชั้นจับกุมและสวบสวน ปฎิเสธชั้นศาล และศาลนำคำให้การรับสารภาพมาประกอบการวินิจฉัย มีเหตุบรรเทาโทษ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1281/2508

ป.อ. มาตรา 68, 72, 78, 80, 288, 297

ผู้เสียหายได้เคยซื้อของกินจากหญิงซึ่งเคยได้เสียกับจำเลย โดยที่ผู้เสียหายไม่รู้มาก่อน และเคยพูดจาเกี้ยวพาราสีหญิงนั้น คืนเกิดเหตุ จำเลยรู้เรื่องจากคำบอกเล่าของหญิงนั้นว่าผู้เสียหายยังพูดจาเกี้ยวพาราสีเพื่อจะติดพันหญิงนั้นอยู่อีก จำเลยต่อว่าผู้เสียหายผู้เสียหายปฏิเสธ จำเลยก็ใช้มีดฟันผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายมิได้กอดปล้ำหญิงนั้น การกระทำของจำเลยมิใช่เป็นเรื่องป้องกันสิทธิของตนเองหรือผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 และจำเลยจะอ้างว่าได้กระทำผิดโดยบันดาลโทสะตามมาตรา 72 ก็ไม่ได้

ผู้เสียหายถูกฟันด้วยมีดโต้ เป็นแผลที่หัวคิ้วขวาผ่านหน้าผาก ยาว 8 นิ้ว กว้างครึ่งนิ้ว ลึกถึงมันสมองกระโหลกศีรษะแตก ถ้าผู้บาดเจ็บไม่ได้รับการรักษาเยียวยาให้ทันท่วงทีแล้ว ย่อมถึงแก่ความตาย เห็นได้ว่าจำเลยทำร้ายผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหายให้ตาย จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานพยายามฆ่า

คำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณาประกอบให้หลักฐานพยานโจทก์หนักแน่นขึ้นมาก เป็นเหตุให้ปรานีบรรเทาโทษจำเลยหนึ่งในสามได้

___________________________

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้มีดโต้ฟันกลางศีรษะนายชัชวาลย์ สำรวมธรรม เป็นเหตุให้กระโหลกศีรษะแตก แผลลึกจดเยื่อหุ้มสมองเป็นอันตรายแก่ร่างกายถึงสาหัส โดยเจตนาฆ่า แต่การกระทำของจำเลยไม่บรรลุผล เพราะนายแพทย์ได้เยียวยารักษาพยาบาลได้ทันท่วงทีจึงทำให้นายชัชวาลย์ไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80

จำเลยให้การว่าจำเลยทำร้ายผู้เสียหายเนื่องจากความจำเป็นเพื่อป้องกันเกียรติยศและชื่อเสียงของจำเลย เพราะผู้เสียหายกอดปล้ำภริยาจำเลย มิได้มีเจตนาฆ่า

ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยไม่มีเจตนาจะฆ่าผู้เสียหาย แต่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ และทำร้ายร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ศาลลงโทษจำคุกจำเลย 4 เดือน ริบมีดของกลาง

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยมิใช่เป็นการป้องกันเกียรติยศชื่อเสียงของจำเลย และการเป็นสามีภริยาระหว่างจำเลยกับนางหนูเพียรมิได้จดทะเบียนกัน จำเลยจะอ้างว่าเป็นการป้องกันเกียรติยศชื่อเสียงเพราะนางหนูเพียรเป็นภริยา จำเลยก็ไม่ได้กรณีไม่อาจถือว่าเป็นการบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 คดีฟังได้ว่าเป็นเจตนาจะฆ่าผู้เสียหาย พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 ให้จำคุกจำเลยสิบปี มีดของกลางริบ

จำเลยฎีกาขอให้พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้เสียหายได้เคยซื้อของกินจากนางหนูเพียรมาก่อน และเคยพูดจาเกี้ยวพาราสีนางหนูเพียรโดยไม่รู้ว่านางหนูเพียรได้เสียเป็นภริยาจำเลยอยู่ ครั้นในคืนเกิดเหตุจำเลยรู้เรื่องจากคำบอกเล่าของนางหนูเพียรว่าผู้เสียหายยังพูดจาเกี้ยวพาราสีเพื่อจะติดพันนางหนูเพียรอยู่อีก จำเลยจึงต่อว่าต่อขานผู้เสียหาย ครั้นผู้เสียหายปฏิเสธ จำเลยก็ใช้มีดโต้ฟันผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายมิได้กอดปล้ำนางหนูเพียรแต่อย่างใดการกระทำของจำเลยจึงไม่ใช่เป็นเรื่องป้องกันสิทธิของตนหรือผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 และจำเลยจะอ้างว่าได้กระทำผิดโดยบันดาลโทสะ เพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ตามมาตรา 72 ก็ไม่ได้

ส่วนบาดแผลของผู้เสียหายที่ถูกฟันด้วยมีดโต้นั้น ปรากฏตามใบชันสูตรของแพทย์ว่าเป็นแผลที่หัวคิ้วขวาผ่านหน้าผากยาว 8 นิ้วกว้างครึ่งนิ้ว ลึกถึงมันสมอง กระโหลกศีรษะแตก เมื่อแผลหายแล้วประสาทสมองอาจพิการใช้ไม่ได้เหมือนเดิม แพทย์เบิกความว่าถ้าผู้บาดเจ็บไม่ได้รับการรักษาเยียวยาให้ทันท่วงทีแล้วย่อมถึงแก่ความตายแน่ เห็นได้ว่าจำเลยทำร้ายโดยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายให้ตายหากแต่แพทย์ช่วยเหลือไว้ได้ทัน ผู้เสียหายจึงไม่ถึงตาย จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานพยายามฆ่า

ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาลงโทษจำเลย แต่คดีนี้คำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณาประกอบให้หลักฐานพยานโจทก์หนักแน่นขึ้นมาก สมควรปรานีบรรเทาให้จำเลยหนึ่งในสามได้

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ลดโทษจากที่พิพากษาจำคุกจำเลยสิบปีนั้นให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78เหลือโทษจำคุกจำเลย 6 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

(ห้วน ประชาบาล-ยง เหลืองรังษี-สุทิน เกษคุปต์)

แหล่งที่มา

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

แผนก

หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น

หมายเหตุ

หากมีข้อสงสัยประการใดติดต่อ ที่นี้เลย  Tel/Line id : 089-2142456 (ทนายสอง ประธานชมรมปรึกษาคดีฟรี ทั่วประเทศ ทุกจังหวัด ทนายความ)

Line id : lawyer_2  ชมรมปรึกษาคดีฟรี ทั่วประเทศ ทุกจังหวัด ทนายความ)

ท่านสามารถเข้าเยี่ยมชมศึกษาข้อกฎหมาย คำพิพากษา ได้ที่ www.ปรึกษาคดีฟรี.com