วิ่งหนีแล้วยังตามเข้ามาทำร้าย ใช้ปืนขู่ก็ยังไม่หยุด จึงยิงจนถึงแก่ความตายเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1136/2529

ป.อ. มาตรา 68, 288, 80

ผู้เสียหายกับพวก4-5คนกำลังดื่มสุราอยู่ในซอยเห็นจำเลยเดินมาหาว่าจำเลยถอดเสื้ออวดรอยสักได้เรียกจำเลยเข้าไปถามและช่วยกันรุมทำร้ายจำเลยจำเลยวิ่งหนีผู้เสียหายกับพวกได้วิ่งไล่ตามจำเลยวิ่งหนีมาถึงทางสามแยกหนีต่อไปไม่ทันจึงได้หันกลับมาและยกปืนขึ้นขู่ผู้เสียหายว่าอย่าเข้ามาถ้าเข้ามาจะยิงผู้เสียหายก็ไม่เชื่อยังทำท่าจะวิ่งเข้ามาทำร้ายจำเลยอีกจำเลยจึงใช้ปืนยิงผู้เสียหายเห็นได้ว่าผู้เสียหายเป็นฝ่ายก่อเหตุทำร้ายจำเลยก่อนและจำเลยได้พยายามหลีกเลี่ยงการต่อสู้จนถึงที่สุดแล้วขณะเกิดเหตุทางฝ่ายจำเลยก็มีแต่ตัวจำเลยคนเดียวหากผู้เสียหายกับพวกวิ่งเข้ามาถึงตัวอาจทำร้ายจำเลยถึงตายได้การที่จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหาย1นัดในขณะนั้นจึงเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ.

___________________________

โจทก์ ฟ้อง ว่า จำเลย มี และ พกพา อาวุธ ปืน และ ได้ ใช้ อาวุธ ปืนยิง นาย วินัย ภู่พันธ์แก้ว ผู้เสียหาย โดย เจตนา ฆ่า จำเลย ลงมือกระทำ ความผิด ไป ตลอด แล้ว แต่ การ กระทำ นั้น ไม่ บรรลุผล เนื่องจากกระสุน ปืน ถูก อวัยวะ ที่ ไม่ สำคัญ และ แพทย์ ได้ รักษา พยาบาลทัน ท่วงที นาย วินัย จึง ไม่ ถึง แก่ ความตาย ขอ ให้ ลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 และ พระราชบัญญัติ อาวุธปืนฯ

จำเลย รับสารภาพ ข้อหา มี และ พา อาวุธ ปืน และ รับว่า ใช้ อาวุธ ปืนยิง ผู้เสียหาย จริง แต่ กระทำ ไป เพื่อ ป้องกัน ตัว

ศาลชั้นต้น พิพากษา ลงโทษ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 และพระราชบัญญัติ อาวุธปืนฯ ลดโทษ แล้ว คง จำคุก รวม 8 ปี 2 เดือน

จำเลย อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ พิพากษา แก้ ให้ ยกฟ้อง เฉพาะ ข้อหา พยายาม ฆ่า ผู้อื่นนอกจาก ที่ แก้ ให้ เป็น ไป ตาม คำพิพากษา ศาลชั้นต้น

โจทก์ ฎีกา

ศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า คืน เกิดเหตุ จำเลย เดิน เข้า ซอย ต้นนุ่นจะ ไป ที่ บ้าน มารดา บุญธรรม ของ จำเลย ผู้เสียหาย กับพวก 4-5 คนกำลัง ดื่ม สุรา อยู่ ใน ซอย เห็น จำเลย เดิน มา หา ว่า จำเลย ถอดเสื้อ อวด รอยสัก ได้ เรียก จำเลย เข้า ไป ถาม และ ช่วย กัน รุม ทำร้ายจำเลย จำเลย วิ่งหนี ผู้เสียหาย กับพวก ได้ วิ่ง ไล่ ตาม จำเลย วิ่ง หนีมา ถึง ทาง สามแยก หนี ต่อ ไป ไม่ ทัน จึง ได้ หัน กลับ มา และ ใช้ปืน ยิง ผู้เสียหาย ตาม คำ จำเลย ก่อน ยิง จำเลย ได้ ยก ปืน ขึ้นขู่ ผู้เสียหาย ว่า อย่า เข้า มา ถ้า เข้า มา จะ ยิง ผู้เสียหาย ก็ไม่ เชื่อ ยัง ทำ ท่า จะ วิ่ง เข้า มา ทำร้าย จำเลย อีก เห็น ได้ ว่าผู้เสียหาย เป็น ฝ่าย ก่อเหตุ ทำร้าย จำเลย ก่อน และ จำเลย ได้ พยายามหลีกเลี่ยง การ ต่อสู้ จน ถึง ที่สุด แล้ว ขณะ เกิดเหตุ ทาง ฝ่ายจำเลย ก็ มี แต่ ตัว จำเลย คนเดียว หาก ผู้เสียหาย กับพวก วิ่ง เข้า มาถึง ตัว อาจ ทำร้าย จำเลย ถึง ตาย ได้ การ ที่ จำเลย ใช้ ปืน ยิงผู้เสียหาย 1 นัด ใน ขณะนั้น จึง เป็น การ ป้องกันตัว พอ สมควร แก่ เหตุ จำเลย ไม่ มีความผิด ฐาน พยายาม ฆ่า ผู้เสียหาย ศาลอุทธรณ์ พิพากษาชอบแล้ว ฎีกา โจทก์ ฟัง ไม่ ขึ้น

พิพากษายืน.

(เสรี แสงศิลป์-สุชาติ จิวะชาติ-อำนวย เปล่งวิทยา)

แหล่งที่มา

ADMIN

แผนก

หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น

หมายเหตุ

หากมีข้อสงสัยประการใดติดต่อ ที่นี้เลย  Tel/Line id : 089-2142456 (ทนายสอง ประธานชมรมปรึกษาคดีฟรี ทั่วประเทศ ทุกจังหวัด ทนายความ)

Line id : lawyer_2  ชมรมปรึกษาคดีฟรี ทั่วประเทศ ทุกจังหวัด ทนายความ)

ท่านสามารถเข้าเยี่ยมชมศึกษาข้อกฎหมาย คำพิพากษา ได้ที่ www.ปรึกษาคดีฟรี.com