การบรรยายฟ้องฐานเบิกความเท็จ

การบรรยายฟ้องฐานเบิกความเท็จ
โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าคดีที่จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จนั้นเป็นข้อหาความผิดบทมาตราใดในพระราชบัญญัติดังกล่าวในคดีก่อน ประเด็นสำคัญของคดีก่อนมีว่าอย่างไร และคำเบิกความของจำเลยมีข้อสำคัญในคดีอย่างไร แม้โจทก์จะได้บรรยายฟ้องว่า "คำเบิกความของจำเลยเป็นการเบิกความเท็จต่อศาลในการพิจารณาคดีอาญาและเป็นข้อสำคัญในคดี เพราะเป็นคำเบิกความที่ศาลจะฟังลงโทษโจทก์ได้" ก็ไม่ครบองค์ประกอบ ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) พิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2192/2537

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเบิกความเท็จต่อศาลในการพิจารณาคดีอาญาโดยระบุว่าคำเบิกความของจำเลยเป็นข้อสำคัญในคดีในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร แต่โจทก์มิได้บรรยายว่าคดีที่จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จนั้นเป็นข้อหาความผิดบทมาตราใดในพระราชบัญญัติดังกล่าว ประเด็นสำคัญของคดีมีว่าอย่างไร และคำเบิกความของจำเลยเป็นข้อสำคัญอย่างไร ดังนี้ ฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)
________________________________

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 เป็นเจ้าพนักงานของกรมศุลกากร จำเลยที่ 4 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดจำเลยที่ 5 เป็นลูกจ้างและเป็นผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ 4จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และ ที่ 5 เบิกความในคดีอาญาหมายเลขดำที่7837/2525 คดีหมายเลขแดงที่ 15534/2525 ของศาลชั้นต้น ซึ่งโจทก์ถูกฟ้องในข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติศุลกากร ว่าสินค้าที่โจทก์นำเข้ามาเป็นสิ่งของที่ลักลอบนำเข้ามาโดยไม่ถูกต้อง ซึ่งไม่เป็นความจริง ความจริงสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่โจทก์ซื้อมาจากพ่อค้าผู้ขายของในท้องตลาดซึ่งมีการซื้อขายกันต่อมาหลายต่อจนถึงโจทก์ โจทก์มีใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐานในการซื้อขายโดยชอบด้วยกฎหมาย คำเบิกความของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 ดังกล่าวเป็นการเบิกความเท็จต่อศาลในการพิจารณาคดีอาญาและเป็นข้อสำคัญในคดี เพราะเป็นคำเบิกความที่ศาลจะฟังลงโทษโจทก์ได้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177,179, 180, 83, 91

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมุล พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้องโจทก์เฉพาะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3และที่ 5 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 ให้การปฎิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกมีว่า ฟ้องของโจทก์ในข้อหาเบิกความเท็จเป็นฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1ที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 เบิกความเท็จต่อศาลในการพิจารณาคดีอาญาหมายเลขดำที่ 7837/2525 คดีหมายเลขแดงที่ 15534/2525 ของศาลชั้นต้นโดยระบุรายละเอียดข้อความที่จำเลยดังกล่าวเบิกความ กับความจริงเป็นอย่างไร และว่าคำเบิกความของจำเลยดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดีแม้โจทก์บรรยายฟ้องมาด้วยว่าคดีที่จำเลยดังกล่าวเบิกความอันเป็นเท็จนั้นมีข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร แต่โจทก์ก็มิได้บรรยายว่าเป็นข้อหาความผิดตามบทมาตราใดในพระราชบัญญัติดังกล่าว ประเด็นสำคัญของคดีมีว่าอย่างไร และคำเบิกความของจำเลยดังกล่าวเป็นข้อสำคัญอย่างไร ดังนี้ ฟ้องของโจทก์ในข้อหาเบิกความเท็จ จึงเป็นฟ้องที่ไม่ได้บรรยายถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดพอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีจึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158 (5) ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

( จเร อำนวยวัฒนา - อุดม มั่งมีดี - สุชาติ ถาวรวงษ์ )