ขาดนัดยื่นคำให้การ-สิทธิถามค้าน

ขาดนัดยื่นคำให้การ-สิทธิถามค้าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3040/2552

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 วรรค 2 ให้สิทธิแก่จำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การในการถามค้านพยานโจทก์ได้ หากจำเลยไม่ใช้สิทธิจะเอาเหตุที่ไม่ได้ถามค้านมาเป็นข้ออ้างเพื่อให้ศาลเพิกถอนกระบวนพิจาณาที่ผิดระเบียบไม่ได้

ป.วิ.พ. มาตรา 199 วรรคสอง เป็นบทบัญญัติให้สิทธิแก่จำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การที่จะถามค้านพยานโจทก์ที่อยู่ในระหว่างสืบพยานได้ โดยจำเลยจะใช้สิทธิหรือไม่ก็ได้ ปรากฏว่าในวันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรก โจทก์นำพยานเข้าสืบ 1 ปาก ไม่ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาว่าจำเลยซึ่งมาศาลขอใช้สิทธิถามค้าน กระทั่งในวันสืบพยานโจทก์ปากสุดท้าย จำเลยมาศาล แต่ไม่ใช้สิทธิถามค้าน เพราะในบันทึกคำพยานโจทก์ดังกล่าว มีข้อความว่า “ตอบจำเลยถามค้าน (ไม่ถาม)” ทั้งเมื่อศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาว่า หมดพยานโจทก์และนัดฟังคำพิพากษา จำเลยก็ไม่โต้แย้งกลับลงชื่อรับทราบ ถือว่าจำเลยไม่ใช้สิทธิถามค้านแล้ว จึงเอาเหตุที่มิได้ถามค้านดังกล่าวมาเป็นข้ออ้างในภายหลังว่า เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบเพื่อให้ศาลยกเลิกกระบวนพิจารณานั้นไม่ได้

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินในส่วนพื้นที่สีแดงตามรูปแผนที่ท้ายคำฟ้องเป็นของโจทก์ ให้จำเลยพร้อมบริวารออกไปจากที่ดินดังกล่าว และให้เพิกถอนการออกโฉนดที่ดินเลขที่ 24823 ตำบลหนองหล่ม อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ของจำเลย

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินที่มีเครื่องหมายดอกจันในแผนที่พิพาททางด้านทิศตะวันตก เนื้อที่ 30 ตารางวา โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท (ที่ถูกคำขอนอกจากนี้ให้ยก)

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 600 บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ศาลชั้นต้นให้โอกาสจำเลยถามค้านตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 วรรคสอง หรือไม่ และหากไม่ให้โอกาสจำเลยถามค้านแล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องโดยไม่ต้องรอให้คู่ความโต้แย้งก่อนตามมาตรา 27 วรรคแรก หรือไม่ เห็นว่า มาตรา 199 วรรคสอง เป็นบทบัญญัติให้สิทธิแก่จำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การที่จะถามค้านพยานโจทก์ที่อยู่ในระหว่างสืบพยานได้โดยจำเลยจะใช้สิทธิหรือไม่ก็ได้ ปรากฏว่าในวันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2544 โจทก์นำพยานเข้าสืบ 1 ปาก ไม่ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาว่าจำเลยซึ่งมาศาลขอใช้สิทธิถามค้าน กระทั่งในวันสืบพยานโจทก์ปากสุดท้ายเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2545 จำเลยมาศาล แต่ไม่ใช้สิทธิถามค้านเพราะในบันทึกคำพยานโจทก์ดังกล่าว มีข้อความว่า “ตอบจำเลยถามค้าน (ไม่ถาม)”ทั้งเมื่อศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาว่า หมดพยานโจทก์และนัดฟังคำพิพากษาจำเลยก็ไม่โต้แย้งกลับลงชื่อรับทราบ ถือว่าจำเลยไม่ใช้สิทธิถามค้านแล้ว จึงเอาเหตุที่มิได้ถามค้านดังกล่าวมาเป็นข้ออ้างในภายหลังว่า เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบเพื่อให้ศาลยกเลิกกระบวนพิจารณานั้นไม่ได้ กรณีไม่มีประโยชน์ต้องวินิจฉัยว่าศาลอุทธรณ์ภาค 5 ดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบตามมาตรา 27 วรรคหนึ่งหรือไม่อีก

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.


( อัปษร หิรัญบูรณะ - ฐานันท์ วรรณโกวิท - ชัยยันต์ ศุขโชติ )

ศาลจังหวัดลำปาง - นายพงษ์เทพ รุ่งโรจน์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายวีรวิทย์ สายสมบัติ
ป.วิ.พ. มาตรา 199 วรรคสอง