ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่อง

ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่อง
ข้อตกลงตามสัญญาซื้อขายผู้ขายมีหน้าที่ส่งมอบโต๊ะนักเรียนพร้อมเก้าอี้ตามสัญญาการที่ผู้ขายส่งมอบโต๊ะนักเรียนและเก้าอี้ชำรุดบกพร่อง จึงเป็นกรณีผิดสัญญาซื้อขายคดีไม่มีประเด็นว่าผู้ขายจะต้องรับผิดฐานผิดสัญญาซื้อขายหรือไม่ การไม่ปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าวไม่เป็นการละเมิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 400/2546

โจทก์ตกลงซื้อโต๊ะนักเรียนพร้อมเก้าอี้จากจำเลย การที่จำเลยส่งมอบโต๊ะนักเรียนพร้อมเก้าอี้ชำรุดบกพร่อง เป็นกรณีที่จำเลยผิดสัญญาซื้อขาย มิใช่เป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อโดยผิดกฎหมายต่อบุคคลอื่นเป็นเหตุให้เขาเสียหาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2534 โจทก์ตกลงซื้อโต๊ะนักเรียนพร้อมเก้าอี้เดี่ยวตามแบบกรมสามัญศึกษาจากจำเลยที่ 1 จำนวน 7,954 ชุด ราคา 3,499,760 บาท จำเลยที่ 4 ถึงที่ 8 เป็นข้าราชการในสังกัดของโจทก์ ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เมื่อวันที่ 2 และ 3 ธันวาคม 2534 จำเลยที่ 4 ถึงที่ 8 ได้ตรวจรับโต๊ะนักเรียนและเก้าอี้เดี่ยว และโจทก์จำเลยที่ 4 ถึงที่ 8 ได้ตรวจรับโต๊ะนักเรียนและเก้าอี้เดี่ยว และโจทก์ชำระราคาแก่จำเลยที่ 1 เรียบร้อยแล้ว ต่อมาปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ส่งมอบโต๊ะนักเรียนและเก้าอี้ไม่ถูกต้องตามสัญญา โดยส่งมอบโต๊ะนักเรียนและเก้าอี้บางตัวมีขนาดเล็กกว่าแบบที่กำหนด พื้นโต๊ะนักเรียนและเก้าอี้บางตัวใช้ไม้มากกว่า 2 แผ่น ไม้ที่ใช้ประกอบไม่แห้งสนิท บางตัวพื้นแตก เหล็กฉากบางชิ้นเล็กกว่าแบบที่กำหนดการทาสีโต๊ะเก้าอี้ทาแต่เพียงเชลแล็ก ไม่ได้เคลือบแลคเกอร์ตามแบบรวมจำนวนโต๊ะนักเรียนเสียหายบางส่วน1,120 ตัว ชำรุดทั้งตัวจำนวน 28 ตัว เก้าอี้เสียหายบางส่วน 885 ตัว ชำรุดทั้งตัวจำนวน57 ตัว รวมค่าเสียหายคิดเป็นเงิน 114,116 บาท ต้องเสียค่าแรงงานซ่อมแซมคิด 25เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน 28,529 บาท ค่าทาสีโต๊ะนักเรียนและเก้าอี้เป็นเงิน 285,552 บาท รวมเป็นค่าเสียหาย 428,197 บาท โจทก์ทราบเหตุความเสียหายเมื่อพ้นกำหนดเวลา1 ปี นับแต่วันที่จำเลยที่ 1 ส่งมอบโต๊ะนักเรียนและเก้าอี้ให้โจทก์จึงไม่สามารถใช้สิทธิฟ้องคดีให้จำเลยที่ 1 รับผิดในความเสียหายตามสัญญาซื้อขายได้ แต่การกระทำของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวเป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่อ กระทำละเมิดต่อโจทก์โดยผิดกฎหมายเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายด้วย ส่วนจำเลยที่ 4 ถึงที่ 8 กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มิได้ใช้ความละเอียดรอบคอบ ในการตรวจรับโต๊ะนักเรียนและเก้าอี้ทุกตัว แต่กลับใช้วิธีการตรวจโดยการสุ่มตัวอย่างทำให้ไม่สามารถตรวจพบว่าโต๊ะนักเรียนและเก้าอี้ที่จำเลยที่ 1 ส่งมอบจำนวนหนึ่งไม่ถูกต้องตามสัญญา นอกจากนี้เมื่อจำเลยที่ 4 ถึงที่ 8 ตรวจรับโต๊ะนักเรียนและเก้าอี้ ณ สถานที่ของผู้ขายแล้วได้มอบให้ผู้ขายส่งโต๊ะนักเรียนและเก้าอี้แก่สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดต่าง ๆ โดยไม่ได้ควบคุมดูแลหรือวางมาตรการในการนำส่งหรือตรวจสอบให้รัดกุม ทำให้ผู้ขายส่งมอบโต๊ะนักเรียนและเก้าอี้ไม่ถูกต้องตามแบบในสัญญาจำเลยที่ 4 ถึงที่ 8 จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์รวมเป็นเงิน 428,197 บาทขอให้บังคับจำเลยทั้งแปดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การว่า มูลความแห่งคดีเป็นเรื่องผิดสัญญาซื้อขายมิใช่เรื่องละเมิด มูลความแห่งคดีเกิดตั้งแต่ปี 2534 นับถึงวันฟ้องเกิน 1 ปี แล้วคดีโจทก์ขาดอายุความ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ผิดสัญญาและไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 4 ถึงที่ 8 ให้การว่า จำเลยที่ 4 ถึงที่ 8 กระทำด้วยความระมัดระวังมิได้ประมาทเลินเล่อ จำเลยที่ 4 ถึงที่ 8 จึงไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ มูลความแห่งคดีเกิดตั้งแต่ปี 2534 นับถึงวันฟ้องเกินกว่า 1 ปีแล้ว คดีของโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งแปดร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 313,976บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
โจทก์และจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3
โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงยุติในเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์มีฐานะเป็นกรมในรัฐบาล สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย จำเลยที่ 1 เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2534โจทก์ทำสัญญาซื้อโต๊ะนักเรียนพร้อมเก้าอี้เดี่ยวตามแบบกรมสามัญศึกษาจำนวน7,954 ชุด ราคา 3,499,760 บาท จากจำเลยที่ 1 ตามสัญญาซื้อขายและรายละเอียดแนบท้ายสัญญาเอกสารหมาย จ.1 จำเลยที่ 1 ได้ส่งมอบโต๊ะนักเรียนและเก้าอี้แก่โจทก์และโจทก์ชำระราคาแก่จำเลยที่ 1 แล้ว แต่ปรากฏว่าโต๊ะนักเรียนและเก้าอี้บางส่วนมีความชำรุดบกพร่อง ไม่ถูกต้องตามแบบ ใช้วัสดุไม่ได้มาตรฐาน

มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงว่า จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า เมื่อโจทก์ตกลงซื้อโต๊ะนักเรียนพร้อมเก้าอี้เดี่ยวตามแบบกรมสามัญศึกษาจากจำเลยที่ 1 ตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.1 ซึ่งข้อ 1 มีข้อความว่า ผู้ซื้อตกลงซื้อและผู้ขายตกลงขายโต๊ะนักเรียนพร้อมเก้าอี้เดี่ยว ตามแบบกรมสามัญศึกษาจำนวน7,954 ชุด... เป็นราคารวมทั้งสิ้น 3,499,760 บาท และกำหนดเงื่อนไขการส่งมอบและการชำระราคาไว้ในรายละเอียดแนบท้ายสัญญา ข้อตกลงตามสัญญาซื้อขายดังกล่าวจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ส่งมอบโต๊ะนักเรียนพร้อมเก้าอี้ตามสัญญาแก่โจทก์ การที่จำเลยที่ 1ส่งมอบโต๊ะนักเรียนและเก้าอี้ชำรุดบกพร่อง จึงเป็นกรณีที่จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาซื้อขายแต่คดีไม่มีประเด็นว่าจำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดฐานผิดสัญญาซื้อขายหรือไม่และการไม่ปฏิบัติตามสัญญาในกรณีดังกล่าวมิใช่เป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อโดยผิดกฎหมายต่อบุคคลอื่น เป็นเหตุให้เขาเสียหาย การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 จำเลยที่ 2และที่ 3 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จึงไม่ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 มานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
( ธาดา กษิตินนท์ - ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ - หัสดี ไกรทองสุก )

หมายเหตุ
โจทก์ทำสัญญาซื้อขายโต๊ะนักเรียนพร้อมเก้าอี้จากจำเลย การที่จำเลยส่งมอบโต๊ะนักเรียนพร้อมเก้าอี้ชำรุดบกพร่องให้โจทก์เป็นการปฏิบัติการชำระหนี้ที่ไม่ถูกต้องก่อให้เกิดความรับผิดตามสัญญาซื้อขาย มิใช่เป็นการกระทำโดยผิดกฎหมายต่อโจทก์จึงไม่เป็นละเมิด ดังที่กล่าวกันว่าผิดสัญญาไม่เป็นละเมิด

ส่วนในแง่การกระทำต่อทรัพย์สินของโจทก์คือโต๊ะนักเรียนพร้อมเก้าอี้นั้น จำเลยก็มิได้ทำให้โต๊ะนักเรียนพร้อมเก้าอี้ของโจทก์ที่โจทก์ซื้อมาเสียหายเพราะก่อนส่งมอบโต๊ะนักเรียนพร้อมเก้าอี้ยังไม่เป็นของโจทก์ และจำเลย เพียงแต่ส่งมอบโต๊ะนักเรียนพร้อมเก้าอี้ชำรุดบกพร่องเท่านั้นจึงไม่เป็นละเมิดเช่นกัน
ไพโรจน์ วายุภาพ
ข้อสังเกต *
ตามฎีกานี้นิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์จำเลยเป็นเรื่องนิติกรรมซื้อขายทั้งตามรูปคดีเป็นความรับผิดในข้อชำรุดบกพร่อง รูปเรื่องไม่เป็นละเมิดในเวลาเดียวกันได้

มาตรา 472 ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งขายนั้นชำรุดบกพร่องอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่ ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติก็ดี ประโยชน์ที่มุ่งหมายโดยสัญญาก็ดี ท่านว่าผู้ขายต้องรับผิด

ความที่กล่าวมาในมาตรานี้ย่อมใช้ได้ทั้งที่ผู้ขายรู้อยู่แล้วหรือไม่รู้ว่าความชำรุดบกพร่องมีอยู่

ความรับผิดของผู้ขายเพื่อความชำรุดบกพร่องตามสัญญาซื้อมีบัญญัติไว้ในมาตรา 472 อันเป็นความรับผิดตามสัญญาซึ่งเป็นเรื่องของนิติกรรม มิใช่การกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายอันจะเป็นละเมิดซึ่งเป็นนิติเหตุตามมาตรา 420

มาตรา 420 ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดีทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น