ผู้เสียหายฐานละเมิดอำนาจศาล

ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลอ้างว่าโจทก์กับจำเลยร้องขอให้ศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลย โดยโจทก์กับจำเลยปกปิดข้อเท็จจริง อันเป็นการหลอกลวงศาลให้หลงเชื่อถึงอำนาจในการทำการแทนเป็นการละเมิดอำนาจศาล ศาลยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลฎีกาเห็นว่าความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลนั้น เป็นความผิดต่อศาล ผู้ร้องมิใช่ผู้เสียหายอันจะมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14822/2551

ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลนั้น เป็นความผิดต่อศาล และการลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลย่อมเป็นอำนาจของศาลโดยเฉพาะ เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้พิจารณาข้อเท็จจริงต่างๆ ทั้งหมดที่ปรากฏต่อศาลแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานของผู้ร้องฟังไม่ได้ว่ามีการละเมิดอำนาจศาลเกิดขึ้นอย่างใด จึงให้ยกคำร้องของผู้ร้องเสีย ดังนั้น ผู้ร้องย่อมมิใช่ผู้เสียหายอันจะมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้

กรณีเนื่องจากศาลทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้ถือหุ้นเสียงข้างน้อยในบริษัทจำเลย โจทก์กับจำเลยปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลย และฐานะกรรมการของกรรมการผู้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในนามของบริษัทจำเลย ซึ่งมีฐานะเป็นตัวแทนของโจทก์ในการบริหารงานของบริษัทจำเลย อันถือว่ามีผลประโยชน์ขัดกับบริษัทจำเลย อันเป็นการหลอกลวงศาลให้หลงเชื่อถึงอำนาจในการทำการแทนบริษัทจำเลย เป็นการละเมิดอำนาจศาล ขอให้ศาลกำหนดโทษแก่ผู้ที่กระทำความผิด และเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่เกิดจากการหลอกลวงศาล
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลนั้น เป็นความผิดต่อศาล และการลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลย่อมเป็นอำนาจของศาลโดยเฉพาะ ในกรณีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลอ้างว่าโจทก์กับจำเลยร้องขอให้ศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลย โดยโจทก์กับจำเลยปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลย และฐานะกรรมการของกรรมการผู้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในนามของบริษัทจำเลย อันเป็นการหลอกลวงศาลให้หลงเชื่อถึงอำนาจในการทำการแทนบริษัทจำเลย เป็นการละเมิดอำนาจศาล เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้พิจารณาข้อเท็จจริงต่าง ๆ ทั้งหมดที่ปรากฏต่อศาลแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานของผู้ร้องฟังไม่ได้ว่ามีการละเมิดอำนาจศาลเกิดขึ้น จึงให้ยกคำร้องของผู้ร้องเสีย ดังนี้ ผู้ร้องย่อมมิใช่ผู้เสียหายอันจะมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของศาลดังกล่าวได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้อง

อนึ่ง กระบวนพิจารณาคดีละเมิดอำนาจศาลภายหลังจากผู้ร้องยื่นคำร้องแล้ว เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดอำนาจศาลโดยเฉพาะ แม้คดีละเมิดอำนาจศาลจะมีบทบัญญัติอยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แต่เป็นคดีที่มีโทษทางอาญา เมื่อศาลมีคำสั่งอย่างใดแล้ว ผู้อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งดังกล่าวไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลอีก ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเรียกเก็บค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ของผู้ร้องมาจึงไม่ชอบ ต้องคืนแก่ผู้ร้อง

พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นนี้แก่ผู้ร้อง ค่าทนายความให้เป็นพับ.

( อร่าม เสนามนตรี - พลรัตน์ ประทุมทาน - พรเพชร วิชิตชลชัย )
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายสิทธิพงศ์ ตัญญพงศ์ปรัชญ์
ป.วิ.พ. มาตรา 31
มาตรา 31 ผู้ใดกระทำการอย่างใด ๆ ดังกล่าวต่อไปนี้ ให้ถือว่า กระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล
(1) ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลตาม มาตรา ก่อนอันว่า ด้วยการรักษาความเรียบร้อย หรือประพฤติตนไม่เรียบร้อยใน บริเวณศาล
(2) เมื่อได้มีคำร้องและได้รับอนุญาตจากศาลให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลตามมาตรา 156/1 แล้ว ปรากฏว่าได้แสดงข้อเท็จจริงหรือเสนอพยานหลักฐานอันเป็นเท็จต่อศาลในการไต่สวนคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล (แก้ไข*ฉบับที่ 24*พ.ศ. 2551)
(3) เมื่อรู้ว่าจะมีการส่งคำคู่ความหรือส่งเอกสารอื่น ๆ ถึงตน แล้วจงใจไปเสียให้พ้น หรือหาทางหลีกเลี่ยงที่จะไม่รับคำคู่ความ หรือเอกสารนั้นโดยสถานอื่น
(4) ตรวจเอกสารทั้งหมดหรือฉบับใดฉบับหนึ่งซึ่งอยู่ในสำนวน ความหรือคัดเอาสำเนาเอกสารเหล่านั้นไปโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติ มาตรา 54
(5) ขัดขืนไม่มาศาลเมื่อศาลได้มีคำสั่งตาม มาตรา 19 หรือมีหมายเรียกตาม มาตรา 27