สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาจ้างทำของ

สัญญาซื้อขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้ารูปแบบการตัดเย็บและขั้นตอนการผลิต แม้ระบุว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ซื้อและโจทก์เป็นผู้ขาย แต่ในสัญญาดังกล่าวได้มีข้อกำหนดเงื่อนไขล้วนอยู่ในการควบคุมมาตรฐานของจำเลยที่ 1 สัญญาซื้อขายจึงมิใช่สัญญาซื้อขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปโดยทั่วไปที่โจทก์ได้ผลิตไว้เรียบร้อยแล้วหรือโจทก์สามารถผลิตขึ้นตามแบบที่โจทก์คิดขึ้นได้เอง แต่เป็นสัญญาที่จำเลยที่ 1 จ้างโจทก์ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป ตามมาตรฐานของจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่ในบทบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 7 ในเรื่องจ้างทำของ
______________________________
มาตรา 587 อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้รับจ้างตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่าผู้ว่าจ้างและผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5737/2552

แม้สัญญาซื้อขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปจะมีรายละเอียดของแบบสินค้า จำนวนชุด ราคา วันจัดส่งและระบุด้วยว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ซื้อ ส่วนโจทก์เป็นผู้ขาย แต่ในสัญญาดังกล่าวมีข้อกำหนดเกี่ยวกับผ้า วัสดุอุปกรณ์ กรรมวิธีการผลิต หีบห่อ และเศษวัสดุจากการตัดเย็บและสินค้าคุณภาพรองไว้ โดยสินค้าจะต้องผ่านการทดสอบตามมาตรฐานของโรงงานและเงื่อนไขที่จำเลยที่ 1 กำหนด อุปกรณ์และวัสดุที่ใช้ในการผลิตสินค้าจะต้องได้รับอนุญาตจากจำเลยที่ 1 เสียก่อน และก่อนลงมือผลิตสินค้า โจทก์จะต้องส่งตัวอย่างสินค้าให้แก่จำเลยที่ 1 เพื่อทำการอนุมัติและทดสอบก่อน หากไม่ผ่านการทดสอบ จำเลยที่ 1 มีสิทธิยกเลิกการสั่งซื้อสินค้าได้ สัญญาพิพาทจึงเป็นสัญญาที่กำหนดให้โจทก์ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปให้แก่จำเลยที่ 1 โดยผ้าและวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างต้องผ่านการทดสอบมาตรฐานและได้รับอนุมัติจากจำเลยที่ 1 ก่อน ทั้งจำเลยที่ 1 จะต้องส่งชุดต้นแบบไปให้แก่โจทก์เพื่อทำชุดตัวอย่างสำหรับลองขนาด สัญญาพิพาทจึงมิใช่สัญญาซื้อขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปโดยทั่วไปที่โจทก์ได้ผลิตสินค้าไว้เรียบร้อยแล้ว หรือโจทก์สามารถผลิตสินค้าขึ้นตามแบบที่โจทก์คิดขึ้นได้เอง แต่เป็นสัญญาที่จำเลยที่ 1 จ้างโจทก์ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปโดยผ้า วัตถุดิบ รูปแบบการตัดเย็บ และขั้นตอนการผลิตล้วนอยู่ในการควบคุมมาตรฐานของจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่ในบทบังคับแห่ง ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 7 ในเรื่องจ้างทำของ
________________________________

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 7,566,522.92 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินต้น 7,447,164.27 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ให้การและฟ้องแย้งกับแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้ง บังคับให้โจทก์ใช้เงินจำนวน 55,151,624.39 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องแย้งไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยที่ 1
จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องและฟ้องแย้ง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า แม้ในสัญญาซื้อขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปจะมีรายละเอียดของแบบสินค้า จำนวนชุด ราคา วันจัดส่ง โดยระบุว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ซื้อและโจทก์เป็นผู้ขาย แต่ในสัญญาดังกล่าวได้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับผ้า วัสดุอุปกรณ์ กรรมวิธีการผลิต หีบห่อ และเศษวัสดุจากการตัดเย็บและสินค้าคุณภาพรองไว้ เช่น ผ้าและเครื่องนุ่งห่มทุกชนิดจำต้องได้รับการทดสอบตามมาตรฐานของโรงงาน และสินค้าต้องผ่านการทดสอบตามเงื่อนไขของจำเลยที่ 1 โดยจะต้องไม่มีสินค้าที่ส่งออกไปโดยไม่ผ่านการทดสอบจำเลยที่ 1 ยินยอมให้โจทก์มีผู้รับจ้างช่วงในการเย็บผ้าได้ไม่เกิน 2 ราย และผู้รับจ้างช่วงดังกล่าวต้องผ่านการประเมินตามมาตรฐานของจำเลยที่ 1 ในการพิมพ์ลายผ้าทุกครั้งจะต้องผ่านการอบและใช้สารเคมีที่มีคุณภาพสูง กระดุมชนิดกดติดต้องผ่านการดึงทดสอบที่น้ำหนัก 15 ปอนด์ และปลอดสารตะกั่ว ชิ้นส่วนประดับและชิ้นส่วนเสริมต้องผ่านการดึงทดสอบที่น้ำหนัก 15 ปอนด์ เครื่องนุ่งห่มทุกชิ้นต้องผ่านการอัดด้วยการอบไอน้ำ กล่องกระดาษบรรจุสินค้าต้องผ่านการทดสอบด้วยน้ำหนัก 300 ปอนด์ และเป็นกล่องชนิด 2 ชั้น เศษวัตถุดิบจากการตัดเย็บและสินค้าคุณภาพรองต้องได้รับอนุญาตจากจำเลยที่ 1 ก่อนนำออกจำหน่ายและต้องเป็นสินค้าที่เก็บไว้ในคลังสินค้าของโจทก์เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับแต่วันส่งสินค้าแบบนั้น ๆ นอกจากนี้ ยังมีข้อกำหนดสำหรับผ้าที่ใช้ผลิต เช่น โจทก์ต้องส่งตัวอย่างผ้าทุกขนาดที่ได้รับการอนุมัติจำนวน 2 ชิ้น ให้แก่จำเลยที่ 1 ภายใน 2 สัปดาห์ นับแต่วันได้รับสัญญา โจทก์ต้องส่งตัวอย่างสินค้าก่อนการผลิตทุกสีจำนวน 3 ชิ้น ให้แก่จำเลยที่ 1 เพื่อทำการอนุมัติ และทำการทดสอบเป็นเวลา 45 วัน ก่อนการขนส่ง จำเลยที่ 1 ขอสงวนสิทธิในการยกเลิกการสั่งซื้อสินค้าในกรณีที่สินค้าไม่ผ่านการตรวจสอบของจำเลยที่ 1 ทั้งทางนำสืบของโจทก์และจำเลยทั้งสองก็ได้ความว่าสัญญาดังกล่าวเป็นการกำหนดให้โจทก์ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปให้แก่จำเลยที่ 1 โดยผ้าและวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างต้องผ่านการทดสอบมาตรฐานและได้รับอนุมัติจากจำเลยที่ 1 ก่อน ทั้งจำเลยที่ 1 จะต้องส่งชุดต้นแบบไปให้แก่โจทก์เพื่อทำชุดตัวอย่างสำหรับลองขนาด สัญญาซื้อขายจึงมิใช่สัญญาซื้อขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปโดยทั่วไปที่โจทก์ได้ผลิตไว้เรียบร้อยแล้วหรือโจทก์สามารถผลิตขึ้นตามแบบที่โจทก์คิดขึ้นได้เอง แต่เป็นสัญญาที่จำเลยที่ 1 จ้างโจทก์ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปโดยผ้า วัตถุดิบ รูปแบบการตัดเย็บและขั้นตอนการผลิตล้วนอยู่ในการควบคุมมาตรฐานของจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่ในบทบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 7 ในเรื่องจ้างทำของ...

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่ยกฟ้องโจทก์และให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยในประเด็นค่าเสียหายของโจทก์ตามสัญญาเลขที่ 22860 แล้วพิพากษาใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง.
( ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช - พลรัตน์ ประทุมทาน - สุวัฒน์ วรรธนะหทัย )
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายเทอดชัย ธนะพงศ์พร